เวลาพูดถึงเครื่องเสียงแบบพกพาได้ในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงแต่ iPod หรือไม่ก็เครื่องเล่นเพลงแบบพกพาประเภท DAP (Digital Audio Player) และหูฟังอีกหนึ่งชุด นั่นคือทางเลือกสำหรับการฟังเพลงในโลกส่วนตัวแบบไม่ต้องเผื่อแผ่ใคร แต่ในบางกรณีที่ไม่อยากฟังจากหูฟังหรืออยากจะเผื่อแผ่คนรอบข้างด้วย เครื่องเสียงพกพาที่สามารถเปล่งเสียงออกลำโพงได้โดยตรงก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

สำหรับเครื่องเสียงพกพาที่สามารถเปล่งเสียงออกลำโพงได้เป็นเมื่อก่อนเราอาจจะนึกถึงวิทยุกระเป๋าหิ้ว กระเป๋าแบกหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า boombox ใครที่อยู่ในช่วงอายุเจน X จนถึง Y ตอนต้นหรือก่อนหน้านั้น น่าจะเคยผ่านหูผ่านตาเครื่องเสียงประเภทนี้มาก่อน แต่เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมากกว่าแต่ก่อน เครื่องเสียง พกพาจึงถูกย่อส่วนมาเป็นแค่ลำโพงพกพาแบบบลูทูธขนาดย่อม ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นสินค้าที่ใครๆ ก็รู้จักและมีให้เลือกใช้ตั้งแต่ตัวละไม่กี่ร้อยบาทที่คุณภาพเสียงพอฟังได้ตามอัตภาพ จนถึงราคา

หลักหมื่นที่พยายามนำเสนอทั้งเรื่องของดีไซน์และคุณภำพเสียง อย่างเช่น MP700 ลำโพงดีไซน์กึ่งเรโทรจาก

ยี่ห้อเอดิไฟเออร์ (Edifier) ที่ผมกำลังรีวิวอยู่นี้

     Design & FeaturesEdifier MP700 นั้นจัดอยู่ในกลุ่มลำโพงบลูทูธที่มีฟอร์มแฟคเตอร์ชัดเจนว่าให้พกพาได้ หยิบจับใช้งานสะดวก มีดีไซน์ออกไปทางแนวเรโทรนิดๆ คลาสสิกหน่อยๆ เป็นลำโพงสเตอริโอแบบรวมเป็นชิ้นเดียวที่มีขนาดกะทัดรัด ตัวเครื่องออกแบบให้กันฝุ่นและละอองน้ำตำมมาตรฐาน IP54 พร้อมจะถูกหยิบไปใช้งำนทั้งในและนอกสถานที่ ทั้งแบบเคลื่อนย้ายและแบบประจำตำแหน่ง รับสัญญำณขาเข้าได้ทั้งทางสายสัญญาณผ่านขั้วต่อมินิโฟน 3.5mm หรือแบบไร้สายผ่านระบบบลูทูธ (Bluetooth 4.0, aptX Low Latency) รวมถึงการเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ NFC มีแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าเป็นแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟซ้ำได้อยู่ในตัว ทำให้มันเป็นลำโพงที่สามารถใช้งานได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการต่อสายไฟหรือสายสัญญาณใดๆ 

     รูปพรรณสัณฐานของ MP700 มีความยำวเกือบ 1 ฟุต หนาราวๆ 2 นิ้วเศษและหนัก 1.9 กิโลกรัม เห็นขนาดกะทัดรัดอย่างนี้ทราบไหมครับว่าข้างในตัวมันถูกบรรจุเอาไว้ด้วยไดรเวอร์มากถึง 7 ตัว บรรจุอยู่ในห้องอากาศหรือตู้ปริมาตร 22 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งทำมาจากวัสดุประเภทเรซิ่นปลอดการสั่นค้าง (non-resonant resin) ที่ทางเอดิไฟเออร์ได้พัฒนาขึ้นมาใช้งาน ไดรเวอร์เหล่านี้ประกอบไปด้วยทวีตเตอร์โดมผ้าไหมขนาด 19 มิลลิเมตร และเบส/มิดเรนจ์ กรวยอะลูมิเนียมขนาด 70 มิลลิเมตร  ที่ใช้แม่เหล็กแรงสูงนีโอไดเมียมอย่างละ 2 ตัว แยกใช้สำหรับแชนเนลซ้ายและขวาข้างละตัว เท่ากับว่าในลำโพง MP700 นั้นมีลำโพง 2 ทางขนาดเล็กแอบซ่อนอยู่เบื้องหลังหน้ากากลายคลาสสิก อยู่หนึ่งคู่ ไดรเวอร์ที่เหลืออีก 3 ตัวนั้นไม่ใช่ไดรเวอร์ที่ทำหน้าที่ขับเสียงโดยตรงแต่เป็นลักษณะของเบสเรดิเอเตอร์ช่วยเสริมมวลเนื้อเสียงในย่านความถี่ต่ำให้มีลักษณะเต็มอิ่มหนักแน่นมากยิ่งขึ้น เพื่อรักษาสมดุลของเสียงตลอดทั้งย่านความถี่ โดยมี 1 ตัวอยู่ทำงด้านหน้าและอีก 2 ตัวอยู่ทางด้านหลัง

     ภาคของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในตัว MP700 นั้นทราบว่าทางเอดิไฟเออร์เขาใส่มาทั้งวงจร Digital Signal Processing (DSP) และวงจร Dynamic Range Control (DRC) เพื่อช่วยให้ลำโพงขนาดเล็กตัวนี้สามารถให้เสียงออกมายิ่งใหญ่เกินตัวได้โดยมีความผิดเพี้ยนน้อยที่สุด ที่น่าสนใจกว่านั้นคือภาคขยายเสียงแบบไบแอมป์ที่ทำงานร่วมกับวงจรดับเบิ้ลดิจิตอลครอสโอเวอร์ มีกำลังขับรวมทั้งสิ้น 36 วัตต์ แบ่งเป็น 8 วัตต์ 2 แชนเนลขับทวีตเตอร์และ 10 วัตต์ 2 แชนเนลขับเบส/มิดเรนจ์แต่ละข้าง ทำให้ได้สเปคฯ ช่วงความถี่ตอบสนองตั้งแต่ 80Hz-20kHz ( /- 3dB) ซึ่งแลดูน่าทึ่งทีเดียวเมื่อพิจารณาจากขนาดของลำโพง

     สำหรับแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่จะใช้กับตัวลำโพง สามารถใช้ได้ทั้งแบบเสียบใช้ไฟจากอะแดปเตอร์ไฟกระแสตรง 12 โวลต์ หรือ แบตเตอรี่ความจุ 7,600 mAh ที่บิลต์อินมาในตัวลำโพง ตามสเปคฯ ระบุว่าแบตเตอรี่นี้เมื่อชาร์จเต็มแล้วสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 8 ชั่วโมง การชาร์จไฟเข้าไปใหม่ก็ชาร์จ ผ่านอะแดปเตอร์ 12 โวลต์ที่ให้มาโดยเสียบคาทิ้งไว้ที่ตัวเครื่องจนกว่าจะชำร์จเต็มเท่านั้นเอง

Unboxing

     Edifier MP700 มาในกล่องกระดาษใบโตพอสมควร อุปกรณ์ที่ให้มาด้วยกันก็มีอะแดปเตอร์ไฟกระแสตรง 12 โวลต์, สายสัญญาณเสียง 3.5mm-3.5mm และคู่มือ ตัวจริงของ MP700 นั้นดูดีไม่แพ้ในรูปที่เห็นจากโบรชัวร์เลยครับ เป็นลำโพงพกพาที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่แต่ก็ยังกะทัดรัดพอที่จะหิ้วติดมือ หรือพกพาใส่กระเป๋าสะพาย กระเป๋าเป้ ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

     วัสดุที่ใช้ทำตัวลำโพงส่วนใหญ่เป็นพลาสติกเนื้อแน่น   ฝาปิดขั้วต่อด้านข้างและชิ้นส่วนใต้ฐานลำโพงทำจากวัสดุ  ประเภทยาง โดยมีชิ้นส่วนหูจับที่ทำจากอะลูมิเนียมอะโนไดซ์สีดำดูแน่นหนาแข็งแรงเป็นพิเศษ แถมยังสลักชื่อยี่ห้อเอาไว้ให้ดูเก๋ไก๋ มือจับนี้ยังสามารถพับ 45 หรือ 90 องศาเพื่อใช้เป็นขาตั้งวางตัวลำโพงในมุมที่แตกต่างกันได้ด้วย

     ดีไซน์ที่ออกไปทางแนวเรโทรนิดๆ คลาสสิกหน่อยๆ จากรูปทรงกล่องสีดำด้านที่เรียบง่ายและลวดลายของแผงหน้ากากดูโดดเด่นแปลกตา ทำให้มันดูแตกต่างจากดีไซน์ที่อีกด้านหนึ่งที่เน้นความหวือหวาจากส่วนเว้าส่วนโค้ง สีสันสดใสไฮกลอสหรือเมทัลลิกไปโดยสิ้นเชิง เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการตกเป็นเป้าสายตาหรือต้องการแสดงออกในรสนิยมที่มีสุนทรีย์กับงานศิลป์ในยุคเก่าก่อน ถึงแม้ว่าในบางมุมของความรู้สึกมันจะดูเชยอยู่บ้าง แต่ก็เป็นความเชยแบบอาร์ตๆ แนวๆ อยู่ดี

     ในด้านการใช้งานก็ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ ขั้วต่อทั้งหมดอยู่ทางด้านข้าง แงะฝาปิดยางออกก็จะเห็นขั้วต่อรับไฟจาก  อะแดปเตอร์ (DC Input), ขั้วต่อ USB ที่เป็น DC Output จ่ายไฟออกมาได้ 5 โวลต์ 0.5 แอมป์ สามารถใช้เป็นเพาเวอร์ แบงก์ชาร์จไฟเข้าโทรศัพท์มือถือได้ และขั้วต่อ Line input แบบมินิโฟน 3.5mm ใกล้ๆ กันมีไฟ LED จุดสีขาวเล็กๆ ที่จะคอยแสดงผลเมื่อมีการชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ในเครื่อง ปุ่มควบคุมทั้งหมดออกแบบให้อยู่ที่ด้านบน โดยมีปุ่ม Power/Standby และปุ่มเพิ่ม-ลดวอลุ่มที่สามารถทำหน้าที่เป็นปุ่มกดเลือกเพลงแบบข้ามแทรคได้ด้วยเมื่อกดค้างไว้ ด้านซ้ายมือมีไฟ LED สีฟ้าแสดงสถานะบลูทูธ ส่วนด้านขวามือเป็นจุดแตะเพื่อเชื่อมต่อด้วย NFC

Sound

แม้ว่า Edifier MP700 จะสามารถรับสัญญาณเข้ามา Line input ได้ด้วย แต่ผมกลับมองว่านั่นคือทางเลือกสำรอง ไม่ใช่ตัวเลือกหลักเหมือนระบบไร้สาย ถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อนเป็นไปได้ครับว่าระบบบลูทูธ รุ่นเก่าๆ นั้นจะให้เสียงแย่กว่า แต่ในปัจจุบันมันกลับกลายเป็นช่องทางการเชื่อมต่อที่เกิดความ สูญเสียต่ำกว่าไปแล้วนะครับ ยิ่งผนวกกับความสามารถของเทคโนโลยีบลูทูธสมัยใหม่อย่าง Bluetooth 4.0 และ aptX Codec ที่อ้างว่าสามารถรับส่งสัญญาณได้แบบ Lossless CD Quality ด้วยแล้ว ผมก็มองไม่เห็นความจำเป็นเลยที่ต้องซื้อลำโพงบลูทูธรุ่นใหม่อย่างนี้ไปเพื่อเสียบสายฟังแบบลำโพงสมัยก่อน ระบบเสียงบลูทูธในลำโพง Edifier MP700 นี้ก็เช่นกันครับ ทางเอดิไฟเออร์จัดเต็มมาให้ครบทั้ง Bluetooth 4.0 และ aptX Codec แถมยังเป็น ‘aptX Low Latency’ เสียด้วย แน่นอนว่ำผมลองฟังแล้วมันเสียงดีมาก ดีเกินคาดและดีพอสำหรับกำรใช้ฟังเพลงให้ได้อรรถรสเพื่อความบันเทิงด้วยครับ ในกรณีที่วางไว้ด้านหน้าและนั่งฟังกันใกล้ๆ มันให้มิติเสียงสเตอริโอออกมาให้ได้ยินด้วยนะครับเพียงแต่ขนาดเวทีเสียงไม่ได้กว้างขวางมากนักเท่านั้นเอง

     จากที่ได้ลองฟัง MP700 ผ่านระบบบลูทูธเป็นหลักทั้ง การสตรีมจากไอโฟน, แมคมินิและเครื่องเล่น Lotoo PAW 5000 มากกว่า 50% เป็นการสตรีมเพลงแบบ lossless มาจาก TIDAL ที่เหลือผสมผสานกันระหว่างการสตรีมจาก Apple Music และไฟล์ไฮเรซฯ ในตัวเครื่องเล่น ผมว่าเสียงที่ได้จากลำโพงตัวนี้น่าทึ่งมากในแง่ของการรักษาสมดุลเสียง คือ ฟังแล้วบอกได้เลยว่าเขาตั้งใจจูนมาให้คนที่จริงจังเรื่องคุณภาพเสียงฟัง ไม่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวโฉ่งฉ่างแบบลำโพงราคาถูก เนื้อเสียงอิ่มแน่นดีมากตั้งแต่กลางต่ำขึ้นไป เสียงทุ้มฟังดูอิ่มแน่นเกินตัวสมกับที่คุยไว้ในสเปคฯ เมื่อวางแบบเปิดโล่งห่างฝาผนังเสียงจะออกแนวโปร่งโล่ง ราบรื่นฟังสบาย แถมยังสามารถเปิดได้ดังเต็มพื้นที่ออฟฟิศของ GM2000 ซึ่งกว้างขวางพอสมควร ตรงนี้ต้องให้เครดิตทางทีมออกแบบของเอดิไฟเออร์ที่สามารถทำให้มันฝืนธรรมชาติทางกายภาพของมันได้ในระดับนี้ เพราะผมสามารถเร่งเสียงมันจนดังในระดับจัดงานปาร์ตี้ในออฟฟิศได้สบายๆ แน่นอนว่าเสียงที่ออกมายังอยู่ในวิสัยที่พูดได้ว่าเป็นเสียงเพลงที่มีคุณภาพ ไม่ใช่เสียงที่ดังจริงแต่เต็มไปด้วยความเพี้ยนระคายหู

     การวางเข้าใกล้ฝาผนังหรือพับหูจับเพื่อวางมันเอียงทำมุม 45 องศากับระนาบแนวนอน      เสียงทุ้มที่ได้จากเบสเรดิเอเตอร์จะมีอิทธิพลมากขึ้น ทำให้ได้เสียงทุ้มที่อิ่มหนามากยิ่งขึ้นเหมาะกับดนตรีแนวคึกคักเน้นเสียงที่ฟังสนุก    ในขณะที่ภาพรวมยังคงเป็นเสียงที่เรียกได้ว่ามีคุณภาพ ในระหว่างการรีวิว MP700 ถูกใช้งานประจำโต๊ะทำงานของผมแทนชุดลำโพงหรือชุด DAC/หูฟัง ถ้าไม่นับเรื่องการฟังแบบส่วนตัวแล้ว ผมไม่เห็นว่า MP700 จะทดแทนอุปกรณ์ที่ผมเคยใช้อยู่ไม่ได้เลย มันใช้ง่าย มีดีไซน์และเสียงของมันดีเกินกว่าจะเรียกว่าแบคกราวนด์มิวสิค นอกจากบนโต๊ะทำงานแล้ว ผมคิดว่าถ้ามีมันวางอยู่ตรงมุมหนึ่งในบ้านของผมเองก็น่าจะเป็นความคิดที่ไม่เลวเหมือนกันนะครับ

     ระหว่างการรีวิวผมสังเกตเห็นคำว่า ‘aptX Low Latency’ ในโบรชัวร์ของลำโพง MP700 ใครที่เล่นหูฟัง, ลำโพงบลูทูธหรือแม้แต่แอมป์ที่รับบลูทูธได้ คงเคยได้ยินคำว่า aptX Codec กันมาบ้างแล้ว ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาชื่อ ‘aptX’ นั้นเป็นเสมือนเครื่องหมายการันตีคุณภาพเสียงที่เชื่อถือได้ เนื่องจากมันรองรับการสตรีมเสียงแบบ Lossless ด้วย คุณภาพเสียงที่ได้จึงดีกว่าการส่งสัญญาณบลูทูธแบบเดิมๆ แต่เรื่องของ aptX ยังไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ยังมีอีกหนึ่ง Codec ที่ชื่อว่า ‘aptX Low Latency’ ซึ่งเกิดขึ้นจากมันสมองของทีมวิศวกรจากบริษัท Cambridge Silicon Radio (CSR) ในประเทศอังกฤษเจ้าของเทคโนโลยี aptX ในปัจจุบัน

    ‘aptX Low Latency’ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้การส่งสัญญาณเสียงแบบไร้สายมีความฉับไวแม่นยำ โดยเฉพาะกับแอพพลิเคชั่นวิดีโอที่ระบบบลูทูธเดิมๆ มักจะมีปัญหาเรื่องการซิงค์ของภาพและเสียงที่ไม่ตรงกัน หมายความว่าภาพมักจะมาเร็วกว่าเสียง

เนื่องจากการส่งสัญญาณเสียงเกิดความล่าช้า เพราะระบบส่งสัญญาณมีความหน่วงช้ามากเกินไป (High Latency) ซึ่ง aptX Low Latency จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ ดังนั้นนอกจากการลองใช้ MP700 ฟังเพลงแล้ว ผมยังได้ลองใช้มันถ่ายทอดเสียงจากภาพยนตร์ที่ผมสตรีมมาจากผู้ให้บริการออนไลน์ทั้งหลาย

อย่างเช่น HOOQ, Primetime หรือ iFlix ด้วยครับ ผลที่ได้คือระบบนี้สามารถช่วยแก้ปัญหาเสียงซิงค์ไม่ตรงกับภาพได้จริงๆ นี่คืออีกหนึ่งคุณสมบัติที่สามารถใช้งานได้จริงและเป็นประโยชน์อย่างมาก จะว่าไปแล้วมันคือสเตอริโอซาวนด์บาร์ขนาดมินินั่นเอง มิติเสียงอาจจะแคบไปนิดแต่พอยอมรับได้อย่างน้อยก็พอรับรู้ได้ถึงทิศทางการเคลื่อนที่ของเสียงล่ะครับ

Easy & Simple HiFi

     หลังจากการทดสอบอย่างค่อนข้างเป็นทางการไปแล้ว ขณะที่เขียนรีวิวอยู่นี้ผมเริ่มคิดถึงใช้งาน MP700 ในรูปแบบที่คิดว่าคนที่ซื้อไปใช้น่าจะอยากใช้มันอย่างนี้ อย่างเช่น การหิ้วไปฟังกับเพื่อนฝูงในวงที่มีการสังสรรค์หรือมีการกินดื่ม ไม่ว่าจะเป็นที่ท้ายรถหรือริมทะเล, หิ้วไปเปิดเพลงคลอฟังเพลินๆ ตอนอ่านหนังสือในสวนหย่อมที่แวดล้อมด้วยแมกไม้, เปิดฟังในห้องรับแขกแทนเครื่องเสียงชุดเก่าที่แสนจะเทอะทะ ต่อฟังกับแท็บเล็ตดูหนังหรือซีรีส์ยาวเรื่องโปรดจนสว่างคาตา  โดยไม่ต้องห่วงว่าจะเปลืองค่าไฟ

     นี่แค่ตัวอย่างที่ลำโพงบลูทูธรุ่นนี้จะตอบสนองไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันของเราได้นะครับ ดังนั้นเรื่องอรรถประโยชน์และความคุ้มค่าคงไม่ต้องพูดถึง เรื่องของสุ้มเสียงนั้นผมคิดว่าก็ไม่น่าจะมีปัญหาเช่นกัน ลำโพงที่ให้เสียงอย่างนี้ผมคิดว่าน่าจะถูกใจคนส่วนใหญ่ได้ไม่ยาก อย่างน้อยถึงจะไม่ถูกใจนักแต่ก็คงไม่ถึงกับรังเกียจน้ำเสียงอย่างนี้ล่ะครับ มีเพียงเรื่องของดีไซน์เท่านั้นที่ผมคิดว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อรสนิยมเฉพาะกลุ่มไปหน่อย ไม่ใช่งานออกแบบเพื่อมหาชน ดังนั้นปัจจัยนี้จึงอาจจะมีผลกับการตัดสินใจได้พอสมควร