แม้ว่า Soundbar จะมีวางขายกันมาช้านานแล้ว โดยมีให้เลือกตั้งแต่ระดับราคาต่ำกว่าหมื่นจนถึงระดับหลักแสน และปัจจุบันนี้ไม่ได้มีเฉพาะผู้ผลิตแบรนด์ทั่วไปเท่านั้น แม้แต่ผู้ผลิตเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ก็ต้องขอเข้าไปแชรืเค้กก้อนนี้เช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากต่างฝ่ายต่างมีแฟนประจำเป็นของตัวเอง  และไลฟ์สไตล์ของแฟนๆก้หลากหลาย ดังนั้น แทนที่จะยอมปล่อยตลาดส่วนนี้ ซึ่งอาจจะไม่ได้มีส่วนแบ่งมากมายเมื่อเทียบกับสินค้าหลักของตัวเองก็ตาม แต่มันย่อมดีกว่าเอาเค้กชิ้นนั้นปีะเคนให้กับคู่แข่ง เพราะการทำเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบระยะยาวหากเป็นแฟนที่ไม่ใช่แฟนพันธืแท้จริงๆเพราะเผลอๆเมื่อลิ้มลองเค้กชิ้นนั้นแล้ว อาจหันไปปันใจทั้งหมดให้กับคู่แข่งก็ได้

       ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้ผลิตจากแดนน้ำหอม ประเทศฝรั่งเศส คือ Focal จึงได้ออก Soundbar มาชิงส่วนแบ่งตลาดด้วย โดยออกรุ่น Dimension ซึ่งแยกเป็นสองชิ้น คือตัว Soundbar เอง และตัวซัพวูฟเฟอร์ โดยทั้งสองชิ้นมีขนาดต่างกันค่อนข้างมาก ตัว Soundbar มีขนาดที่สลิม บางแค่ 65 ซม. และมีความยาวถึง 115.5 ซม. นั่นเท่ากับรองรับทีวี LED ขนาด 50 นิ้ว ได้อย่างสบาย ตัวตู้มีลักษณะวางเฉียง โดยไดร์เวอร์ต่างๆทำมุมขึ้นเล็กน้อย

      ส่วนตัวซัพวูพเฟอร์ทำเป็นสีดำมันวาวผิวเปียโน มีน้ำหนักค่อนข้างมาก แข็งแรง ด้านใต้มีแผ่นยางรองรับกันการสั่นสะเทือนและกันลื่น และสามารถนำเอาทีวีวางซื้อนบนซัพวูพเฟอรืได้ มองดูผิวเผินแล้ว จะเหมือนกับซาวน์บาร์ของบางยี่ห้อ จึงไม่สามารถทำงานสแตนอะโลนได้

      

       การออกแบบตัว Soundbar ถือว่าทำได้สวยงามและแข็งแรง  ด้านหน้าติดตั้งไดร์เวอร์ขนาด 10 ซม. ตัวกรวยลำโพงทำจากกระดาษ โดยตัวกลางทำหน้าที่เป็นเซ็นเตอร์  คู่ริมขอบทำหน้าที่สะท้อนเป็นลำโพงคู่หน้า ส่วนคู่ถัดเข้ามาทำหน้าที่สะท้อนเป็นเซอร์ราวน์หลัง ส่วนปลายสองด้านของตัวกล่องซาวน์บาร์จะเป็นปากท่อที่ลำเลียงคลื่นเสียงจากภายในกล่องผ่านท่อเล็กๆ วนอยู่ภายในเหมือนกับลำโพงแบบ Pipe Line เพื่อเพิ่มมิติของเสียงให้มีความลึกของเบสมากขึ้น แม้จะใช้เฉพาะตัวซาวน์บาร์เดี่ยวๆ

      การติดตั้งนั้นไม่มีอะไรยุ่งยาก แม้ว่าจะต่อพ่วงเข้ากับซัพวูฟเพอร์ก็ตาม โดยทางผู้ผลิตให้สายเชื่อมต่อมาด้วย แต่คงเตรียมไว้สำหรับคนที่ใช้ทั้งสองชิ้นอยู่คู่กัน เพราะมันมีความยาวอยู่แค่ประมาณฟุตเศษ  โดยปกติแล้วตัวซาวน์บาร์ออกแบบมาวางคู่กัน ติดผนัง หรือแยกวางบนชั้นวางทีวีที่เรามีอยู่แล้วหรือวางในตำแหน่งที่เราเห็นเหมาะสม โดยจัดให้มาพร้อมแผ่นเหล็กขาตั้งและแผ่นยึดกับผนัง

      การทดสอบครั้งนี้ ต้องแยกซับวูฟเฟอร์ห่างออกจากตัวซาวนด์บาร์ เนื่องจากข้อจำกัดของที่วาง แต่ไม่ว่าจะติดตั้งลักษณะไหนก็ตาม สิ่งที่ต้องคำนึง คือ ตัวซาวนด์บาร์เองจะต้องให้ปลายท่อของทั้งสองด้านอยู่ห่างจากขอบผนัง อย่างน้อย 5 ซม. ไม่นั้นจะเป็นการปิดปากท่อ เสียงเบสอาจจะบู้บี้ได้

      การติดตั้งไม่ว่าจะวางตำแหน่งไหน หรือติดยึดกับอะไรก็ตาม ย่อมจะมีผลต่ออะคูสติกของห้อง ซึ่งจะส่งผลต่อเสียงด้วย ด้านหลังของตัวซาวนด์บาร์จึงมีสวิตช์ต่างๆ ไว้ปรับให้เหมาะกับอะคูสติก เช่น การวางตัวซาวนด์บาร์ว่าติดผนัง ชิดกับซับวูฟเฟอร์ หรือแยกอิสระ ตัวห้องมีสภาพแวดล้อมแบบไหน  มีกระจกสะท้อนไหม มีพรมหรือที่ดูดซับเสียงหรือไม่ ระยะนั่งฟังอยู่ห่างจาก
ตัวซาวนด์บาร์แค่ไหน สิ่งเหล่านี้ต้องปรับให้เรียบร้อยก่อนที่จะใช้งานจริงๆ  ส่วนตัวซาวนด์บาร์นอกจากสามารถต่อซับวูฟเฟอร์ Dimension ของ Focal เองได้แล้ว ยังมีช่องเผื่อไว้ให้ต่อกับซับวูฟเฟอร์ของผู้ผลิตรายอื่นได้ด้วย

      เนื่องจากตัวมันเองเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ และไม่มีภาคถอดรหัสมัลติแชนแนล แต่มีตัวโปรเซสเซอร์จำลองเสียงเป็น 5.1 แชนแนลได้ โดยหลักการทำงานของ Focal นั้นทางผู้ผลิตแจ้งว่า ใช้หลักการแตกต่างจากซาวนด์บาร์ทั่วไป ที่มักจะจำลองเสียงด้วยการให้คลื่นเสียงกระทบกับผนังแล้วสะท้อนกลับมายังจุดนั่งฟัง ปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าหาวางตัวซาวนด์บาร์ค่อนไป
ด้านใดด้านหนึ่งของผนังห้อง การสะท้อนคลื่นเสียงจะมีการดีเลย์ เร็วช้าต่างกัน ซึ่งมันคงตลก (ไม่ออก) ถ้าหากในฉากยิงกันจนเครื่องบินบินพ้นไปแล้ว เสียงเพิ่งมาถึงหูเรา ทาง Focal จึงใช้หลักการของการกระจายคลื่นแบบ “ฟองอากาศ”แบบลูกๆ กระจายออกไป     ซึ่งแต่ละลูกที่ออกมาสองด้านนั้นมีความเร็วในการเดินทางเท่าเทียมกัน เนื่องจากไม่ต้องอาศัยการสะท้อนผนัง

       จากการทดสอบในห้องขนาด 4x6 เมตร ที่ไม่มีการปรับอะคูสติกใดๆ โดยเป็น
ประตูและหน้าต่างกระจกด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งเป็นผนังปูน และต่อด้วยเครื่องเล่น
บลู-เรย์ผ่านสาย HDMI เข้าช่อง IN และให้แสดงผลทางทีวีผ่าน HDMI Out (ซึ่งมี
อย่างละช่องที่ด้านหลังซาวนด์บาร์) หลังจากที่ำการทดสอบจากแผ่น DTS Demo
จากฉากภาพยนตร์หลายๆ แนวแล้ว พบว่าเสียงของ Dimension มีความโดดเด่นในด้าน
เสียงที่สะอาด ชัดเจน ให้รายละเอียดดีมาก บทสนทนาที่สามารถแสดงถึงอารมณ์
ของตัวละครได้ชัดเจน เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากสำหรับลำโพงบางๆ เรียวยาวเช่นนี้
ซึ่งโดยส่วนใหญ่ลำโพงประเภทนี้อาจให้รายละเอียด แต่จะมีความสดคม ซึ่งปัญหานี้
เราจะไม่เจอเลยกับ Dimension เสียงที่มีความเป็นธรรมชาติ หวานในจังหวะควรหวาน
ดุดันในจังหวะที่ควรจะดุดัน   

       การทดสอบในฉากแอ๊คชั่นที่มีซาวนด์เอฟเฟกต์หนักๆ นั้น สามารถให้สนามเสียง
ด้านหน้าเวทีได้ความกว้างและลึก ยิ่งเมื่อใช้กับซับวูฟเฟอร์จาก Dimension จะยิ่งช่วย
ให้มิติเสียงมีทรวดทรง มีความชัดเจนของตัววัตถุที่ขยับเคลื่อนไหวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
พลังเสียงหนัก ลึก เสียงการรัวปืนอย่างบ้าระหำให้วิถีกระสุนที่ชัดเจน ดูแล้วสนุกสมจริง
ปลอกกระสุนที่กระเด็นกระจายเต็มพื้นนั้น เสียงยามกระทบพื้นให้ความกังวานของ
โลหะกรุ๊งกริ๊งดีจัง แม้เสียงระเบิดอาจไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมทั่วห้องได้ก็ตาม
แต่มันก็แสดงถึงพลังเสียงของความถี่ต่ำได้ดีพอสมควร

      ในด้านของเสียงเซอร์ราวนด์นั้น ถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่งครับ ด้วยซาวนด์บาร์
ที่วางตำแหน่งด้านหน้าที่ห่างจากจุดนั่งชมประมาณ 2 เมตร และมีพื้นที่ว่างด้านหลัง
ห้องอีกประมาณเมตรกว่าๆ นั้น เสียงที่โอบล้อมไปด้านหลังสามารถให้มิติได้ ทำให้มี
ความสนุกกับการนั่งชมภาพยนตร์มากยิ่งขึ้น แน่นอนว่า สำหรับพวกเราที่คุ้นเคยกับ
เอวีแอมป์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อถอดรหัสและแยกเสียงแต่ละแชนแนล โดยเอาต์พุตไปยัง
ลำโพงที่วางอยู่ตำแหน่งนั้นๆ โดยตรงย่อมดีกว่าแน่นอน แต่เมื่อคำนึงถึงการนำมาใช้
ให้เหมาะกับสถานที่แล้ว เราต้องยอมรับว่า Dimension Gives More “Dimensions”
Than Any Other Soundbar.


        ผมลองตั้งค่าเครื่องเล่นบลู-เรย์ในหมวดของเสียง หลังจากที่ลองเลือกทดสอบ หลายๆ ตัวแล้ว คงต้องสรุปว่า การใช้ PCM Pass-Through จะให้เสียงที่ดีที่สุด  ทั้งในด้านของความสะอาด ความคมชัด ตลอดจนเสียงเอฟเฟกต์ที่ส่งไปยังซาวนด์บาร์  ทำการประมวลผลเพื่อจำลองเสียงโดยตรง โดยไม่ผ่านการประมวลในขั้นตอนอื่นๆมาก่อนจนทำให้เสียงเพี้ยน เกิดเสียงอู้อี้ หรือเอฟเฟกต์ที่ฟังดูแปลกประหลาด

       สิ่งที่ทำให้ประทับใจสำหรับการทดสอบนี้คือ การเล่นมิวสิกวิดีโอ เนื่องด้วยรายละเอียดของเสียงที่ดีเยี่ยมแล้ว ในด้านเวทีเสียงยังให้มิติ มีความกว้าง และความลึกของเวที ตำแหน่งของเครื่องดนตรีที่ชัดเจนเหมือนชมจากเวทีที่นำมาวางอยู่ตรงหน้าเสียงกลอง เสียงเบสที่มีพลัง หนักแน่น แต่ถ้าหากคิดว่าเบสยังไม่ลึกและหนักพอก็ยังสามารถต่อซับวูฟเฟอร์ต่างหากจากช่องที่ให้มาได้อีก

      ความจริงแล้วจุดประสงค์หลักของซาวนด์บาร์คือ การนำมาใช้กับจอทีวีที่ให้เสียงแบนเรียบเหมือนกับตัวจอ นั่นคือวัตถุประสงค์หลัก ส่วนการนำมาชมภาพยนตร์ด้วยเสียงเซอร์ราวนด์ 5.1 นั้นเป็นวัตถุประสงค์รองครับ ดังนั้นการนำมาใช้กับจอทีวีรุ่นใหม่ที่มีช่อง HDMI ที่รองรับ ARC (Audio Return Channel) ก็สามารถใช้งานทีวีกับซาวนด์บาร์ได้ด้วยสาย HDMI เส้นเดียว แต่ถ้าเป็นทีวีรุ่นเก่าที่ไม่รองรับ ARC ก็สามารถต่อสายอนาล็อกเข้ามาทางซาวนด์บาร์ได้เช่นกัน

      การควบคุมนั้น สามารถทำผ่านรีโมตจิ๋ว (ดูจะไม่ค่อยเข้ากับตัวเครื่องเลย) ที่มีปุ่มฟังก์ชั่นหลักๆ เพียงไม่กี่ปุ่ม หรือถ้าหากอยู่ใกล้กับตัวซาวนด์บาร์ ที่ด้านขวาของซาวนด์บาร์ก็จะเป็นแผงควบคุมแบบสัมผัส เมื่อเข้าใกล้เพียงโบกมือไหวๆ ไฟ LEDก็จะถูกปลุกขึ้นมาจากการหลับใหล ให้เราพร้อมที่จะกดเลือกได้เหมือนกับฟังก์ชั่นบนรีโมตเวลาปลุกตื่นนั้นแค่โบกมือไม่ต้องสัมผัสก็ได้ เหมือนกับ Gesture ของโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ททีวีบางยี่ห้อ แต่เวลาจะเลือกปุ่มควบคุมด้วยสัมผัสครับ